นิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล” (La Mode en Majesté: Royal Thai Dress from Tradition to Modernity) ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะตกแต่ง (Musée des Arts Décoratifs) กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เป็นโครงการความร่วมมือระดับนานาชาติเพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญทางประวัติศาสตร์สองประการ คือ การครบรอบ 340 ปีการเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างไทยและฝรั่งเศส และการครบรอบ 170 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ นิทรรศการนี้จัดขึ้นภายใต้พระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 จนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569
เนื้อหาหลักของนิทรรศการมุ่งเน้นการนำเสนอวิวัฒนาการของเครื่องแต่งกายในราชสำนักไทยและการสร้างสรรค์อัตลักษณ์ผ้าไทยสู่ระดับสากล ผ่านโบราณวัตถุและงานหัตถศิลป์กว่า 200 ชิ้น ภายในงานประกอบด้วยการจัดแสดงฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเฉพาะกลุ่มฉลองพระองค์ที่ทรงออกแบบร่วมกับนายปิแอร์ บัลแมง (Pierre Balmain) นักออกแบบแฟชั่นชั้นสูงชาวฝรั่งเศส และงานปักอันประณีตจากสถาบันเลอซาจ (Maison Lesage) ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการผสานวัฒนธรรมไทยเข้ากับมาตรฐานแฟชั่นชั้นสูงของโลก (Haute Couture) นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และผลงานการออกแบบของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่สะท้อนถึงการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมในบริบทร่วมสมัย
พื้นที่จัดแสดงแบ่งออกเป็น 7 ส่วนหลักที่ร้อยเรียงเรื่องราวตั้งแต่จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ทางการทูตไปจนถึงกระบวนการจัดทำชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 รูปแบบ ผสมผสานกับการจัดแสดงตัวอย่างผ้ายกโบราณ งานปัก และผ้าไหมมัดหมี่ที่แสดงถึงภูมิปัญญาการทอผ้าจากภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย นิทรรศการนี้ยังทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการขับเคลื่อนการเสนอ “ชุดไทยพระราชนิยม” เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การยูเนสโก (UNESCO) ภายในปี พ.ศ. 2569 อีกด้วย

ในนิทรรศการครั้งนี้ไม่ได้มีการจัดแสดงเพียงแค่ชุดไทยพระราชนิยมเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงหลักฐานทางประวัติศาสตร์และงานหัตถศิลป์ที่สะท้อนถึงสายสัมพันธ์ระหว่างไทยและฝรั่งเศสอย่างรอบด้าน โดยมีรายละเอียดการจัดแสดงเพิ่มเติมดังนี้
.
โบราณวัตถุและภัณฑารักษ์สถานทางประวัติศาสตร์
มีการจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้และเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างสองประเทศ ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์ที่ไม่ค่อยปรากฏแก่สายตาสาธารณชน ซึ่งแสดงถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของทั้งสองราชสำนัก
.
งานหัตถศิลป์และประณีตศิลป์
นอกเหนือจากเครื่องแต่งกาย ยังมีการจัดแสดงเครื่องประดับอัญมณีที่เป็นศิลปะแบบไทยดั้งเดิม (Thai Fine Jewelry) งานถมทอง งานคร่ำ และเครื่องจักสานย่านลิเภาที่มีความละเอียดสูง ซึ่งชิ้นงานเหล่านี้มักถูกใช้ประกอบเข้ากับชุดไทยในโอกาสสำคัญ เพื่อแสดงถึงความรุ่มรวยของงานช่างฝีมือไทย
.
เบื้องหลังการออกแบบและกระบวนการทำงาน (Archive & Sketches)
ส่วนที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือการจัดแสดงภาพร่าง (Sketches) จากห้องเสื้อ Pierre Balmain และสมุดจดรายละเอียดการปักจาก Maison Lesage ซึ่งแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนการออกแบบเชิงเทคนิค การเลือกสี และการผสมผสานวัสดุจากฝรั่งเศสเข้ากับผ้าไหมไทย นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือในการทอผ้าและการสกัดสีธรรมชาติจากภูมิปัญญาชาวบ้าน จัดแสดงเพื่อประกอบให้เห็นถึงที่มาของวัตถุดิบก่อนจะกลายเป็นผืนผ้าชั้นสูง
.
สื่อมัลติมีเดียและนวัตกรรมการจัดแสดง
มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยถ่ายทอดเรื่องราว เช่น วิดีโอสารคดีสั้นที่รวบรวมฟุตเทจการเสด็จพระราชดำเนินเยือนยุโรปในปี พ.ศ. 2503 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญในการเผยแพร่ชุดไทยสู่สากล รวมถึงการจัดแสดงนวัตกรรมสิ่งทอสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการผลิตผ้าไหม
.
การเดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์ศิลปะตกแต่ง (Musée des Arts Décoratifs) ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารฝั่งตะวันตกของพระราชวังลูฟวร์ (Palais du Louvre) สามารถทำได้โดยสะดวกผ่านระบบขนส่งสาธารณะของกรุงปารีส โดยใช้รถไฟใต้ดิน (Métro) สาย 1 ลงที่สถานี Palais Royal-Musée du Louvre หรือสถานี Tuileries และสาย 7 ลงที่สถานี Palais Royal-Musée du Louvre นอกจากนี้ยังมีรถประจำทางสาย 21, 27, 39, 48, 68, 69, 72, 81 และ 95 ที่ผ่านบริเวณใกล้เคียงพิพิธภัณฑ์
.
.
เรียบเรียง Chertisha Monhai
ภาพปก Sortiraparis
ภาพประกอบ Arts and Crafts Institute of Thailand
